นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับผู้สมัครเข้าเป็นพนักงาน ผู้สมัครเข้าฝึกงาน และผู้ฝึกงาน

ของบริษัท อูเอโน ไฟน์ เคมีคัลส์ อินดัสตรี (ประเทศไทย) จำกัด

เนื่องด้วยบริษัท อูเอโน ไฟน์ เคมีคัลส์ อินดัสตรี (ประเทศไทย) จำกัด มีความประสงค์ในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของผู้สมัครเข้าเป็นพนักงาน ผู้สมัครเข้าฝึกงาน และผู้ฝึกงานให้สอดคล้องกับกฎหมาย กฎระเบียบและแนวทางปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลโดยจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้ตราบเท่าที่จำเป็นสำหรับการดำเนินการ บริษัทฯ จึงได้จัดทำนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้เพื่อให้ท่านได้ทราบรายละเอียดดังต่อไปนี้ 

1. ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทฯ จะเก็บรวบรวม

ข้อมูลส่วนบุคคล คือ ข้อมูลที่ทำให้สามารถระบุตัวตนของท่านได้ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม เป็นต้น

  1.1 ข้อมูลที่อยู่ในใบสมัครงาน เช่น ข้อมูลและเอกสารที่ใช้ระบุตัวตน ข้อมูลการติดต่อ ข้อมูลของคู่สมรสและครอบครัว เงื่อนไขในการปฏิบัติงาน ข้อมูลเกี่ยวกับการศึกษา ความสามารถ ศักยภาพ และคุณสมบัติอื่น ๆ ข้อมูลเกี่ยวกับประสบการณ์ทำงานและข้อมูลเกี่ยวกับการจ้างงานในอดีต รูปถ่าย ภาพเคลื่อนไหว ข้อมูลเกี่ยวกับภาระทางทหาร ข้อมูลเกี่ยวกับการขับขี่พาหนะ ข้อมูลของบุคคลที่อ้างถึง รวมทั้งข้อมูลใด ๆ ที่ท่านมอบให้แก่บริษัทฯ ผ่านกระบวนการสมัครงาน

1.2 ข้อมูลที่ได้จากการกระบวนการสมัครงานและการคัดเลือก เช่น ข้อมูลจากการทำแบบทดสอบ ข้อมูลจากการสัมภาษณ์งาน ข้อมูลอื่นใดที่ท่านได้ให้ไว้กับบริษัทฯ  

1.3 ข้อมูลที่จำเป็นสำหรับการรายงานหน่วยงานที่กำกับดูแล เช่น กระทรวงแรงงาน กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงพาณิชย์

1.4 ข้อมูลอื่น ๆ ที่จำเป็นต่อการสรรหาและคัดเลือกพนักงานหรือผู้ฝึกงาน การปฏิบัติตามสัญญาการฝึกงาน การดูแลสิทธิประโยชน์สวัสดิการ การวิเคราะห์และการบริหารงานของบริษัทฯ รวมถึงการปฏิบัติตามกฎหมายต่าง ๆ

1.5 สำหรับผู้ฝึกงาน มีการเก็บรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติม เช่น ข้อมูลเกี่ยวกับบิดามารดาหรือผู้ปกครอง บัญชีธนาคารเพื่อใช้ในการจ่ายค่าเบี้ยเลี้ยงฝึกงาน ลักษณะของผู้ฝึกงาน ข้อมูลจากการฝึกงาน และข้อมูลอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

1.6 ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว เช่น ข้อมูลสุขภาพ ข้อมูลชีวภาพ ความเชื่อในลัทธิศาสนา ปรัชญา เชื้อชาติ สัญชาติ ความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ประวัติอาชากรรม

1.7 กรณีที่ท่านได้รับคัดเลือกให้เป็นพนักงาน บริษัทฯ จะมีการเก็บข้อมูลส่วนบุคคลเพิ่มตามที่กำหนดไว้ในหนังสือแจ้งนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับพนักงาน

2. วัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

2.1 บริษัทฯ มีวัตถุประสงค์ที่จะเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งอยู่ภายใต้ฐานทางกฎหมาย ดังนี้

  (1) เพื่อการปฏิบัติตามสัญญาซึ่งท่านเป็นคู่สัญญาหรือเพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของท่านก่อนทำสัญญานั้น เช่น เพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของท่านในการสมัครงานกับบริษัทฯ การดำเนินการตามกระบวนการสมัครงาน และการคัดเลือก การตรวจสอบคุณสมบัติการปฏิบัติตามข้อตกลงการเข้าฝึกงาน การจ่ายค่าตอบแทนการฝึกงาน การได้รับสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ จากการฝึกงาน

(2) เพื่อการปฏิบัติตามกฎหมายของบริษัทฯ ในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล เช่น กฎหมายแรงงาน กฎหมายเกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจ กฎหมายภาษีอากร กฎหมายควบคุมโรคติดต่อ 

(3) เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัทฯ ในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล หรือของบุคคลหรือนิติบุคคลอื่น ๆ ที่ไม่ใช่บริษัทฯ เช่น เพื่อวิเคราะห์และจัดทำฐานข้อมูล การบริหารจัดการกระบวนการสรรหาและคัดเลือกพนักงาน การประเมินผลการฝึกงาน การส่งข่าวสารที่เกี่ยวกับตำแหน่งงาน การจัดกิจกรรมที่เกี่ยวข้องให้แก่ผู้สมัครงานหรือผู้ฝึกงาน

(4) เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของท่าน เช่น การควบคุมและป้องกันโรคติดต่อ การช่วยชีวิต การปฐมพยาบาล การติดต่อผู้ที่เกี่ยวข้องกับท่านในกรณีฉุกเฉิน

(5) เพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตาม หรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย

2.2 ในกรณีที่บริษัทฯ มีความจำเป็นต้องเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เพื่อการปฏิบัติตามสัญญาหรือปฏิบัติตามกฎหมาย หากท่านไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคลนั้นแก่บริษัทฯ ๆ อาจจะไม่สามารถปฏิบัติตามสัญญา หรือดำเนินการตามคำขอ เพื่อเข้าทำสัญญา หรือบริษัทฯ อาจมีความรับผิดตามกฎหมาย หรืออาจมีผลกระทบอื่นใดที่เกี่ยวข้อง

3. ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านถูกเก็บรวบรวมอย่างไร

บริษัทฯ ทำการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านโดยตรงผ่านระบบการรับสมัครงานและกระบวนการจ้างงาน และบริษัทฯ อาจได้รับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากแหล่งอื่น เช่น ผ่านผู้ให้บริการด้านการจ้างงาน และบริษัทฯ อาจจะเก็บ รวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากอดีตนายจ้างของท่าน หรือหน่วยงานของรัฐ

นอกจากนี้ บริษัทฯ จะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านผ่านกิจกรรมที่เกี่ยวกับการจ้างงาน การฝึกงานต่าง ๆ ตลอด ระยะเวลาที่ท่านทำงานให้กับบริษัทฯ ๆ ทำการเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการใช้งานเว็บไซต์ของท่านโดยอาศัยคุกกี้ (โปรดดูนโยบายคุกกี้ของแต่ละบริษัทที่ท่านเข้าใช้งานเว็บไซต์)

4. การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

เพื่อความจำเป็นและเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามหนังสือฉบับนี้ บริษัทฯ อาจทำการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่บุคคลและนิติบุคคลต่าง ๆ อาทิเช่น 

(1) ผู้ให้บริการ ผู้รับจ้าง ตัวแทน และคู่สัญญาของบริษัทฯ ที่เกี่ยวข้อง

(2) หน่วยงานราชการ และหน่วยงานประเภทอื่น ๆ ตามกฎหมาย

5. การรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทฯ จะจำกัดการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่านทั้งการเข้าถึงโดยพนักงาน ตัวแทน ผู้รับจ้าง หรือบุคคลที่สาม บริษัทฯ จะอนุญาตเฉพาะบุคคลที่มีความจำเป็นจะต้องเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลนั้นเพื่อปฏิบัติหน้าที่ของตน ในกรณีที่บุคคลที่สามทำการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน บริษัทฯ จะกำกับดูแลให้บุคคลที่สามประมวลผลตามคำสั่งของบริษัทฯ อย่างเหมาะสม

6. ระยะเวลาการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทฯ จะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นระยะเวลาเท่าที่จำเป็นเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่กำหนดไว้ในหนังสือฉบับนี้ โดยระยะเวลาในการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอาจขึ้นอยู่กับ ความจำเป็นในการปฏิบัติตามสัญญาที่มีต่อท่าน ความจำเป็นในการปฏิบัติตามกฎหมาย เพื่อก่อตั้ง ปฏิบัติ หรือใช้สิทธิตามกฎหมายต่าง ๆ เป็นต้นเมื่อพ้นระยะเวลาจัดเก็บ หรือบริษัทฯ ไม่สิทธิหรือฐานทางกฎหมายในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านแล้ว บริษัทฯ จะดำเนินการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลนั้นที่กำหนดไว้ในนโยบายฉบับนี้

7. สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

สิทธิของท่านเป็นสิทธิตามกฎหมายที่ท่านควรทราบ โดยท่านสามารถขอใช้สิทธิต่าง ๆ ได้ภายใต้ข้อกำหนดของกฎหมาย และนโยบายที่กำหนดไว้ ณ ขณะนี้หรือที่จะมีการแก้ไขเพิ่มเติมในอนาคต ตลอดจนหลักเกณฑ์ตามที่บริษัทฯ กำหนดขึ้น

7.1 สิทธิขอถอนความยินยอม

หากท่านได้ให้ความยินยอมโดยให้บริษัทฯ รวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ท่านมีสิทธิที่จะถอนความยินยอมเมื่อใดก็ได้ตลอดระยะเวลาที่ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอยู่กับบริษัทฯ เว้นแต่มีข้อจำกัดสิทธิโดยกฎหมาย หรือสัญญาที่ให้ประโยชน์แก่ท่านอยู่

7.2 สิทธิขอเข้าถึงข้อมูล

ท่านมีสิทธิขอเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่อยู่ในความรับผิดชอบของบริษัทฯ และขอให้บริษัทฯ ทำสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวให้แก่ท่าน รวมถึงขอให้บริษัทฯ เปิดเผยว่าได้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านมาได้อย่างไร

7.3 สิทธิขอถ่ายโอนข้อมูล

ท่านมีสิทธิขอรับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในกรณีที่บริษัทฯ ได้จัดทำข้อมูลส่วนบุคคลนั้นอยู่ในรูปแบบให้สามารถอ่านหรือใช้งานได้ด้วยเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ทำงานได้โดยอัตโนมัติ และสามารถใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติ รวมทั้งมีสิทธิขอให้บริษัทฯ ส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในรูปแบบดังกล่าวไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่นเมื่อสามารถทำได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติ และมีสิทธิขอรับข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทฯ ส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบดังกล่าวไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่นโดยตรง เว้นแต่ไม่สามารถดำเนินการได้เพราะเหตุทางเทคนิค

7.4 สิทธิขอคัดค้าน

ท่านมีสิทธิขอคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ และ / หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในเวลาใดก็ได้ หากการเก็บรวบรวม ใช้ และ / หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่ทำขึ้นเพื่อการดำเนินงานที่จำเป็นภายใต้ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย หรือของบุคคลหรือนิติบุคคลอื่น หรือเพื่อดำเนินการตามภารกิจเพื่อสาธารณประโยชน์ หากท่านยื่นคัดค้าน บริษัทฯ จะยังคงดำเนินการเก็บรวบรวม ใช้ และ / หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านต่อไปเฉพาะที่บริษัทฯ สามารถแสดงเหตุผลตามกฎหมายได้ว่ามีความสำคัญยิ่งกว่า หรือเป็นไปเพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย ตามแต่ละกรณี

7.5 สิทธิขอให้ลบหรือทำลายข้อมูล

ท่านมีสิทธิขอลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวท่านได้ หากท่านเชื่อว่าข้อมูลส่วนบุคคลของท่านถูกเก็บรวบรวม ใช้ และ / หรือ เปิดเผยโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายที่เกี่ยวข้อง หรือเห็นว่าบริษัทฯ หมดความจำเป็นในการเก็บรักษาไว้ตามวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้องในนโยบายฉบับนี้ หรือเมื่อท่านได้ใช้สิทธิขอถอนความยินยอมหรือใช้สิทธิขอคัดค้านตามที่แจ้งไว้ข้างต้นแล้ว

7.6 สิทธิขอให้ระงับการใช้ข้อมูล

 ท่านมีสิทธิขอให้ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลชั่วคราว ในกรณีที่บริษัทฯ อยู่ระหว่างตรวจสอบตามคำร้องขอใช้สิทธขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลหรือขอใช้สิทธิคัดค้านของท่าน หรือกรณีอื่นใดที่บริษัทฯ หมดความจำเป็นและต้องลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง แต่ท่านขอให้บริษัทฯ ระงับการใช้แทน

7.7 สิทธิขอให้แก้ไขข้อมูล 

ท่านมีสิทธิขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้ถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด

7.8 สิทธิร้องเรียน

ท่านมีสิทธิร้องเรียนต่อผู้มีอำนาจตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง หากท่านเชื่อว่าการเก็บรวบรวม ใช้ และ / หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นการกระทำในลักษณะที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

การใช้สิทธิของท่านดังกล่าวข้างต้นอาจถูกจำกัดภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง และมีบางกรณีที่มีเหตุจำเป็นที่บริษัทอาจปฏิเสธหรือไม่สามารถดำเนินการตามคำขอใช้สิทธิข้างต้นของท่านได้ เช่น ต้องปฏิบัติตามกฎหมายหรือคำสั่งศาล เพื่อประโยชน์สาธารณะ การใช้สิทธิอาจละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลอื่น เป็นต้น หากบริษัทฯ ปฏิเสธคำขอข้างต้น บริษัทฯ จะแจ้งเหตุผลของการปฏิเสธให้ท่านทราบด้วย

ทั้งนี้ ท่านสามารถดำเนินการขอใช้สิทธิต่าง ๆ นับแต่วันที่ท่านได้ยื่นคำขอและเอกสารประกอบครบถ้วน บริษัทฯ จะดำเนินการตามที่ท่านร้องขอภายใน 15 วัน

8. บริษัทฯ จะแก้ไขเพิ่มเติมหรือปรับปรุงนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลหรือไม่

บริษัทฯ อาจพิจารณาทบทวนเพื่อแก้ไขเพิ่มเติม ปรับปรุง หรือเปลี่ยนแปลงนโยบายฉบับนี้เป็นครั้งคราวตามความเหมาะสมและเท่าที่กฎหมายอนุญาต ทั้งนี้ ในกรณีที่มีการแก้ไขเพิ่มเติม ปรับปรุง หรือเปลี่ยนแปลงนโยบายฉบับนี้ บริษัทฯ จะดำเนินการประกาศนโยบายฉบับปัจจุบันให้ท่านทราบบนเว็บไซต์ของบริษัทฯ  

9. ท่านจะติดต่อบริษัทฯ และเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัทฯ ได้อย่างไร

หากท่านมีข้อเสนอแนะ หรือต้องการสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับรายละเอียดการเก็บรวบรวม ใช้ และ / หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน รวมถึงการขอใช้สิทธิตามนโยบายฉบับนี้ ท่านสามารถติดต่อเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ผ่านช่องทางอีเมล ตามที่อยู่อีเมล DPO@ueno-fc.co.th

สำนักงานใหญ่: 33/129 อาคารวอลล์สตรีททาวเวอร์ ชั้น 26 ถนนสุรวงศ์ แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500 ประเทศไทย โทรศัพท์ : (+66) 2237 0823

Ueno Fine Chemicals Industry (Thailand) Ltd.